แพทย์จุฬาฯร่ำไห้ระงม !! รับศพ”หมอกันต์” เหยื่อรถตู้มรณะ แม่สะอื้นเผยนาทีลูกเสียชีวิต ทำเอาขนลุกทั้งโรงบาล!??

จากกรณีเหตุการณ์อุบัติเหตุสยองที่ชลบุรี ระหว่างรถตู้โดยสารสายกทม.- จันทบุรี หมายเลขทะเบียน 15-1352 กรุงเทพมหานคร พุ่งข้ามเลนชนประสานงากับรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน 1 ฒ2483 กรุงเทพมหานคร จนเกิดไฟลุกท่วม ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 25 ราย และมีผู้รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ 2 ราย เหตุเกิดบนถนนสาย 344 ม.1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี (ฝั่งขาเข้าระยอง) เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 2 ม.ค. ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 3 ม.ค. ที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าญาติของผู้เสียชีวิตต่างเดินทางมายื่นเอกสารเป็นหลักฐานแสดงเอกลักษณ์ของผู้เสียชีวิตเพื่อมารับศพนำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าสลด นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกว่า 20 ราย ต่างเดินทางมารับศพนายพรหมพต หรือกันต์ กอศิริวรานนท์ อายุ 20 ปี ชาวจันทบุรี นิสิตคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สยอง

น.ส.ศศินันท์ สิทธิบุศย์ อายุ 45 ปี และน.ส.ปาเจรา กอศิริวรานนท์ อายุ 23 ปี มารดา และพี่สาวของนายพรหมพต ได้เดินทางมาติดต่อขอรับศพ โดยน.ส.ศศินันท์ กล่าวว่า ตนทราบข่าวประมาณช่วงบ่ายสองของวันเกิดเหตุ เนื่องจากน.ส.ปาเจราได้โทรศัพท์มาถามตนว่าน้องชายขึ้นรถเที่ยวไหนเพราะมีรถตู้โดยสารวิ่งกลับมาจากจันทบุรีเพื่อเข้าสู่กทม. เกิดประสบอุบัติเหตุให้ช่วยเช็คเพราะเป็นห่วงน้อง จากนั้นตนทราบว่ารถออกเวลา 11 โมง แต่ไม่แน่ใจว่าบุตรชายอยู่บนรถคันดังกล่าวหรือไม่เมื่อตรวจสอบกับหัวหน้าคิวรถตู้ปรากฏว่าเป็นคันที่บุตรชายอยู่จริง

น.ส.ศศินันท์กล่าวทั้งน้ำตาว่า คอยเตือนลูกชายเสมอ ไม่อยากให้นั่งรถตู้โดยสาร เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย เพราะเห็นข่าวแบบนี้อยู่เป็นประจำ แต่ด้วยภาวะต้องจำยอม เพราะลูกชายจะเรียนที่จุฬาลงกรณ์เพียงแค่ 3 ปี แล้วจะมาเรียนต่ออีก 1 ปีที่สถาบันพระปกเกล้า ถนนเลียบเนิน ต.วัดใหม่ อ.เมืองจันทบุรี จนกระทั่งมาเกิดเหตุสลดดังกล่าว

“ทราบข่าวฉันก็ตามไปที่โรงพยาบาลบ้านบึง เพื่อรับศพแต่ยังรับไม่ได้ เนื่องจากผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกไฟคลอก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องส่งร่างไปผ่าพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลให้แน่ชัดอีกครั้งที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ ฉันจึงเดินทางมาขอรับศพ ก่อนจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดป่าคลองกุ้ง ถนนท่าแฉลบ ต.ตลาด อ.เมือง จ.จันทบุรี ต่อไป”แม่น้องกันต์กล่าวทั้งน้ำตา

ส่วนน.ส.ศุภรดา ประคองสาย อายุ 20 ปี เพื่อนสนิท เปิดเผยว่า โดยอุปนิสัยของนายพรหมพตเป็นคนตลก เฮฮา และเป็นที่รักของเพื่อนๆในคณะ ทั้งนี้หากทางคณะมีกิจกรรม นายกันก็จะเข้าร่วมเพื่อช่วยกันสร้างสีสัน โดยก่อนเกิดเหตุทราบว่าเพื่อนได้เดินทางกลับบ้านพักเพื่อไปเยี่ยมครอบครัวเนื่องในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จ.จันทบุรี ซึ่งระหว่างเดินทางกลับนั้นเพื่อเตรียมตัวมาเรียนทั้งนี้ยังมีการ
สอบในสัปดาห์นี้อีกด้วย

น.ส.ศุภรดา หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ตนได้เปิดเข้าไปในเฟซบุ๊กก็พบข่าวรถตู้ซึ่งวิ่งจากจันทบุรีกลับมากรุงเทพฯ ชนกับรถกระบะจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายรายจึงเกิดความเป็นห่วง จากนั้นจึงประสานกับทางกลุ่มเพื่อนให้ช่วยกันพยายามติดต่อแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ก่อนมาทราบภายหลังว่าในวันนี้ทางญาติของกันจะเดินทางมารับศพจนแน่ชัดว่าเสียชีวิตจริง ทางกลุ่มเพื่อนจึงรวมตัวพากันเดินทางมาแสดงไว้อาลัย นอกจากนี้ตนอยากจะฝากถึงผู้ประกอบการรถตู้ให้ช่วยกำชับผู้ขับขี่และวางมาตราการควบคุมดูแลจำกัดความเร็วของรถตู้เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ตนไม่อยากให้มีเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นอีก

พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้รับศพผู้เสียชีวิต รวม 25 ราย แบ่งเป็น ชาย 8 ราย ผู้หญิง 13 ราย เด็กชาย 1 ราย เด็กหญิง 1 รายส่วนอีก 2 รายยังไม่ทราบเพศ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในสภาพถูกไฟไหม้เกรียม ยากต่อการชันสูตรพลิกศพประกอบกับทางญาติต่างทยอยเดินทางมาตรวจสอบใบหน้าก็ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด จึงต้องให้ทางญาติเตรียมเอกสารมายื่นพร้อมทั้งระบุตำหนิรูปพรรณสันฐานของแต่ละบุคคล รวมถึงต้องตรวจดีเอนเอทั้งศพและทางญาติเพื่อที่จะสามารถรุบะได้แน่ชัด

พล.ต.ต.พรชัยกล่าวว่า ช่วงเช้านี้ทางเจ้าหน้าที่จะเริ่มจากการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด เพื่อหาตำหนิรูปพรรณสันฐานต่างๆ ก่อนนำมาเทียบเคียงกับเอกสารที่ทางญาติได้ยื่นเอาไว้ เช่นรอยสัก รอยแผลเป็น หรือสิ่งที่ญาติสงสัยว่าจะเป็นผู้เสียชีวิตรายนั้นโดยคาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน ซึ่งทางสถาบันเข้าใจความรู้สึกของญาติผู้เสียชีวิตที่ต้องการนำร่างกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาแต่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง ซึ่งจะเร่งดำเนินการตรวจสอบให้เร็วที่สุด

ข่าวที่น่าสนใจ